ความหมายของการออกแบบตัวพิมพ์หรือตัวอักษรนั้นหมายถึง สัญลักษณ์ชนิดหนึ่งที่ใช่ในการสื่อสารจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ส่วนไทโปกราฟิ (Typography) จะหมายถึงตัวพิมพ์โดยที่จะมีการใช่ศิลปะโดยการพิมพ์เข้ามาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดั้งนั้น ในความหมายของงานอักษรตามในหนังสือคือการใช้ศิลปะในการจัดเรียงตัวอักษรให้มีความหมายส่วยงามน่าสนใจและยังคงไว้ซึ่งความหมายที่ต้องการจะสื่ออย่างครบถ้วน
วิวัฒนาการของตัวอักษร
จุดเริ่มต้นของตัวอักษรมีมาแต่สมัยโบราณเริ่มตั่งแต่การคิดค้นตัวอักษรภาพของชาวอียิปต์โบราณ ที่มีชื่อเรียกอักษรว่า ไฮโรกลิฟฟิก ( Hieroglyphs) ลักษณะเด่นของตัวอักษรในยุคนั้นคือ การใช่ภาพหรือสัณลักษณ์แทนความหมายต่างๆ ซึ่งผู้เขียนและผู้อ่านต้องจดจำตัวอักษรแต่ละรูปแบบ จึงเกิดปัญหาเมื่อมีจำนวลคำเพิ่มขึ้น เพราะจำนวนตัวอักษรก็ต้องเพิ่มขึ้นไปด้วย
![]() |
ภาพที่1 : อักษรไฮโรกลิฟฟิก ( Hier0glyphs)
ที่มา : จากหนังสือ The Principles of Typography
|
|
| ภาพที่ 2 : การผสมสัญลักษณ์เพื่อสร้างคำใหม่ ที่มา : จากจากหนังสือ The Principles of Typography |
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวจึงเกิดการผสมสัณลักษณ์เพื่อสร้างคำใหม่ขึ้นมายกตัวอย่างเช่นรูปสามเหลี่ยมคว่ำมีขีดด้านบน หมายถึง วัว (สามเหลี่ยมเป็นโครงหน้าวัว ขีดด้านบน หมายถึง เขา วัว ส่วนเส้นซิกแซ็กไปมา หมายถึงภูเขา เมื่อนำมาประกอบร่วมกันจึงได้ความหมายว่า วัวป่า ถึงอย่างไรก็ตามอักษรภาพยังไม่สะดวกสำหรับใช้ในการสื่อสารนัก จึงถูกลดความสำคัญลงและค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา คงเหลือไว้แต่ภาษาจีนที่จัดได้ว่าเป็นภาษาภาพที่ยังมีผู้ใช้จำนวนมากในปัจจุบัน และภาษาในยุคต่อมาคือ ภาษาที่ประกอบไปด้วย พยัญชะ สระ (วัณยุกต์ มีเป็นบางภาษาเท่านั้น เช่น ภาษาไทยและภาษาจีน ) มาประกอบเป็นคำซึ่งจะช่วยลดตัวอักษรลงเหลือไม่กี่สิบตัว เหมาะสำหรับการเรียนรู้และการจดจำอีกทั้งภาษาเช่นนี้ยังเหมาะแก่การสร้างสรรค์คำศัพท์ใหม่ๆขึ้นมาเพิ่ม ในปัจจุบันภาษาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ภาษาอังกฤษ ที่พัฒนามาจากภาษาละติน นอกเหนือจากตัวอักษรแล้วตัวเลขสำหรับใช้ในการนับจำนวนก็มีความหมายสำคัญเหมือนกัน ในอดีตการการนับจะใช้การขีดเส้น 1 เส้น แทนของจำนวนหนึ่งชิ้นแต่เมื่อของมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การขีดและการนับเส้นถึงไม่สะดวกนักจึงได้มีการพัฒนาสัญลักษณ์ขึ้นมาก่อนที่จะค่อยๆลดรูปกลายเป็นตัวเลขอารบิกในปัจจุบัน สำหรับวัฒนาการของอักษรไทยมีจุดเริ่มต้นที่เป็นหลักฐานชัดเจนคือ หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่ทรงประดิษฐ์ลายสื่อไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1826 และมีการพัฒนาตามการเวลา จนปรากฏเป็นตัวอักษรไทยในปัจจุบัน จากยุคแห่งการเขียนสู่ยุคแห่งการพิมพ์การพิมพ์ในยุคเริ่มแรกเกิดขึ้นในประเทศจีน ราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาลในยุคสมันแห่งราชวงค์ ฮั่น ได้มีการตราประทับโดยใช้ตัวอักษรเป็นองค์ประกอบหลัก
|
| ภาพที่ 3 : ภาษาแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Runes ที่มา : จากจากหนังสือ The Principles of Typography |
|
| ภาพที่ 4: ระบบนับจำนวนของอียิปต์ใช้สัญลักษณ์แทนจำนวนสิ่งของ ที่มา : จากจากหนังสือ The Principles of Typography |
ราวคริสต์ศักราช 1000 การพิมพ์โดยอาศัยแม่พิมพ์บล็อกหรือแม่พิมพ์พื้นนูนที่ต้องแกะแม่พิมพ์ 1 ชุดสำหรับ 1 หน้าเริ่มได้รับความนิยมวิธีการนี้ต้องอาศัยฝีมืออย่างมากในการแกะแม่พิมพ์หากแกะผิดแม้แต่ตัวเดียวต้องเริ่มแกะใหม่ตั้งแต่ต้นด้วยความยุ่งยากของการแกะแม่พิมพ์บล็อกชาวจีนชื่อ ไป่ เซง จึงได้คิดการพิมพ์แบบตัวเรียง ( Movadle Type ) ขึ้น ด้วยการแกะสลักตัวอักษรลงบนดินเหนียวก่อนจะนำไปเผาไฟให้แข็งแรงแต่เนื่องจากดินเหนียวเป็นวัตถุที่แข็งแต่เปราะทำให้เสียหายได้ง่าย จึงได้เกิดการพิมพ์โลหะขึ้นมาใช้แทน ตัวพิมพ์โลหะถูกใช้ครั้งแรกในประเทศเกาหลีขณะนั้นประเทศเกาหลีบังตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศจีน ตัวพิมพ์โลหะที่ถูกสร้าง ขึ้นจะเป็นอักษรจีน นอกจากนั้นการค้นพบตัวพิมพ์แบบเคลื่อนที่ได้ยังทำให้เกิดการพิมพ์แบบใหม่คือ ระบบเลตเตอร์เพลส (Lettrepress Printing ) อีกด้วย เมื่อโลกเดินทางเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยน เมื่อโลกเดินทางเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการสร้างสิ่งพิมพ์ด้วยมือก้าวเข้าสู้การพิมพ์ด้วยเครื่องจักรกลจุดเริ่มต้องของฟอนต์จึงเกิดมาเริ่มต้นของอุตสาหกรรมนั่นเอง ในปี ค.ศ. 1440 ได้ประดิษฐ์แท่งพิมพ์โลหะเพื่อใช้ในการพิมพ์และแจกจากคำภีร์ไบเบิลที่มีความหนา 1282 หน้า จำนวน 180 ชุดแทนการคัดลอกแต่ละเล่มด้วยมือ จากการประดิษฐ์ครั้งนั้นทำให้เกิดการคิดค้นเครื่องพิมพ์ที่ใช้ตัวอักษรโลหะซึ่งตัวอักษรโลหะแต่ละตัวจะมีลักษณะเฉพาะทั้งรูปร่างและขนาดจากนั้นจึงนำเอาตัวอักษรเหล่านั้นมาเรียงเป็นแทงพิมพ์ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการพิมพ์ต่อไป เมื่อเข้าสู่ต้นศตวรรษที่ 21 อันเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงจาการพิมพ์ตัวอักษรลงบนกระดาษสู่การแสดงผลบนจอมอนิเตอร์ ฟอนต์คอมพิวเตอร์จึงได้ถูสร้างขึ้น เริ่มแรกนั้นฟอนต์ในคอมพิวเตอร์จะถูกแสดงผลในแบบ Mmnospaced คือความกว้างของทุกตัวอักษรเท่ากันเพื่อใช้แสดงผลโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์แบบโปรแกรม DOS ซึ่งการจะใช้งานคอมพิวเตอร์ในสมัยนั้นต้องอาศัยการพิมพ์คำสั่งเข้าไปเมื่อการมาถึงของเมาส์และการสั่งงานแบบคลิกที่ไอคอน อันเป็นจุดเปลี่ยนของ Userlnterfae (UI) ครั้งยิ่งใหญ่ที่เราคุ้นเคยพร้อมๆกับความนิยมของโปรแกรมพิมพ์เอกสารต่างๆ ทำให้ฟอนต์ได้รับการพัฒนาเพื่อรับรองการใช้งาน จุดเด่นของฟอนต์คอมพิวเตอร์ในยุคนี้คือสามารถเปลี่ยนและขนาดของฟอนต์ได้ทำให้ผลงานที่ออกมาสวยามและมีความหลากหลาย ส่วยฟอนต์ภาษาไทยนั้นมีการพัฒนามาเป็นเวลานานแล้ว และในปัจจุบันทางภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับฟอนต์ภาษาไทยมากขึ้น เช่น โครงการ 13 ฟอนต์ฟรีมาตรฐาน จากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ ( SLPA) เพื่อส่งริมการใช้ฟ้อนต์อย่างถูกต้องตามลิขสิทธิ์ หรือการจัดการประกวดออกแบบตัวพิมพ์ใหม่ๆ
หนังสือการออกแบบสิ่งพิมพ์
หนังสือออกแบบประดิษฐ์ตัวอักษรไทย-อังกฤษ
หนังสือ essay
หนังสือ Before and After Handset Type




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น